โลกล่มสลาย แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง ชวนดูหนัง Apocalypse สุดหดหู่เพื่อฟื้นฟูจิตใจช่วงกักตัว

AUTHOR : PIMCHANOK PUKSUK
มีคนเคยพูดไว้อย่างเศร้าๆ ว่าก่อนนี้ประเทศไทยเป็นเสมือนหนังดิสโทเปีย (dystopia) โลกอันแสนมืดหม่น โหดร้าย และการปกครองอันแสนไม่เป็นธรรม (อะแฮ่มๆ) หากแต่ภายหลังจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าที่กระจายจากจีนไปสู่ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว หนังดิสโทเปียที่ว่าก็เปลี่ยนโฉมหน้ามาเป็นหนังอะโพคาลิปส์ (apocalypse) หรือโลกที่ล่มสลายไปแล้วโดยสิ้นเชิง
แน่แท้ว่าโลกเรายังดำเนินไปไม่ถึงจุดนั้น แต่สำหรับตอนนี้ที่ถนนร้างโล่ง หุ้นตกจนติดตัวแดงแจ๋ ตลาดสดปิดเกือบทุกแห่ง เหลือไว้แต่เพียงซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ๆ ก็ชวนให้เทียบเคียงได้อยู่เหมือนกันว่ามันพอจะเป็นฉากหนังอะโพคาลิปส์กับเขาได้เหมือนกัน
และในช่วงเวลาที่ทุกคนยังต้องกักตัว ใช้เวลาอยู่ในที่พักอาศัยเช่นนี้ต่อไปอีกหลายวัน เราจึงอยากชวนทุกคนมาดูหนังที่มีฉากหลังเป็นสังคมอันล่มสลาย และแม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยความโหดร้าย เลือดเย็นแค่ไหน ถึงที่สุดแล้ว เกือบทุกเรื่องนั้นมักมีประกายความหวังเล็กๆ งอกงามอยู่ในจังหวะใดจังหวะหนึ่งเสมอเช่นเดียวกับสถานการณ์ที่เราๆ กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้นั่นเอง

Mad Max: Fury Road (2015)

หนังในตระกูล Mad Max ของเสด็จพ่อ จอร์จ มิลเลอร์ คนทำหนังสัญชาติออสเตรเลีย ที่เข็นโปรเจ็กต์นี้ออกมาด้วยทุนสร้าง 150 ล้านเหรียญฯ และประสบความสำเร็จสุดขีดด้วยรายได้มากขึ้นเท่าตัวกับอีกหกรางวัลออสการ์ ทั้งยังติดอันดับ ‘หนังที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษ’ จากนักวิจารณ์หลายสำนัก
หนังเล่าถึงโลกที่ฟอนเฟะสุดขีด มนุษยชาติใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้นในทะเลทราย และอยู่ได้ด้วยการแย่งชิงทรัพยากร น้ำ และน้ำมันซึ่งเป็นเสมือนแหล่งพลังงานสำคัญของทุกสิ่ง ภายใต้การปกครองของ อิมมอร์แทน โจ (ฮิวจ์ คีย์ส-ไบร์น) จักรพรรดิที่ควบรวมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ ทั้งกองทหารอย่างเหล่าคนเถื่อน หรือ Water Boys กับเหล่าสาวงามห้านางที่เป็นเครื่องผลิตลูกให้ อิมเมอร์แทน โจ ได้สืบสกุล
อย่างไรก็ดี เกิดการกบฏขึ้นดื้อๆ โดย ฟูริโอซา (ชาร์ลีซ เธียรอน) นายทหารสาวแขนเดียวที่ชิงเอาเมียทั้งห้าของ อิมเมอร์แทน โจ หนีออกไปสู่อิสระด้วยการขับรถบรรทุกคันยักษ์แล่นไปในทะเลทราย โดยมีกองทัพคนเถื่อนไล่ตามมาเป็นฝูง (พร้อมเล่นดนตรีกระหึ่ม) เธอฝันอยากพาทุกคนไปยังกรีนเพลส แดนสรวงสวรรค์ที่มีทรัพยากรพอแบ่งปันให้พวกเธอและเพื่อนฝูง โดยมี แม็กซ์ (ทอม ฮาร์ดี) อดีตนายตำรวจที่ถูกคนเถื่อนซ้อมคนเละ (แถมเอาไปห้อยเป็นถุงเลือดยังชีพ) ให้การช่วยเหลืออีกที
ภายใต้คราบการเป็นหนังแอ็กชั่นระเบิดระเบ้อและงานภาพสุดอลังการ หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของ Mad Max คือการลุกขึ้นสู้กับสังคมไร้ความเป็นธรรม อิมเมอร์แทน โจ ฉกฉวยทรัพยากรอย่างน้ำดื่มไปจากชาวเมืองจนพวกเขาอดอยากปางตาย ก่อนจะแบ่งปันน้ำเหล่านั้นด้วยปริมาณน้อยนิดเพื่อให้ผู้คนซาบซึ้งและยกย่องเขาโดยไม่ต้องออกแรง มีเพียงแต่ฟูริโอซาเท่านั้นที่จ้องมองด้วยสายตาตั้งคำถามก่อนจะทำลายการปกครองของเขาด้วยการขับรถหนี ทั้งยังพาเมียรักของเขาออกมาด้วยกันอีกต่างหาก
แน่แท้ว่ากรีนเพลสในฝันของฟูริโอซานั้นห่างไกล และบางทีก็ดูเหมือนจะไม่มีอยู่จริง มิหนำซ้ำ ระหว่างทางก็เกิดการต่อสู้จนพวกเธอสูญเสียคนที่รักไปมากต่อมาก หากแต่หัวใจสำคัญที่สุดคือการที่พวกเขาทำลายอำนาจเผด็จการลงได้ราบคาบ กระชากหน้ากากจอมปลอมของ อิมเมอร์แทน โจ ออก และแจกจ่ายทรัพยากรกลับไปยังประชาชนผู้อดอยากในดินแดนแห่งนั้นอย่างเท่าเทียม